ยุคสมัยของการสะกดจิต

   


เทคนิคการสะกดจิตนั้นโดยทั่วไปจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ยุคด้วยกัน
 
การสะกดจิตยุคแรกคือยุคของ ฟรานซ์ อองตวน เมสเมอร์ ยุคนี้เป็นยุคที่การสะกดจิตยังไม่เป็นรูปเป็นร่างอะไรเลยอาศัยความเชื่อกันล้วนๆ แม้แต่ตัวเมสเมอร์ เองก็ไม่ทราบการบำบัดที่ตัวเองทำอยู่นั้นเป็นการสะกดจิต จะเรียกยุคนี้ว่าเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์ก็ได้
 
ยุคต่อมาคือยุคของ เจมส์ เบรด ยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นของเทคนิคการสะกดจิต เกิดจากการศึกษาวิธีการทำงานของ เมสเมอร์ แล้วมาลองปฏิบัติตามบ้างโดยพยามตัดเอาความเชื่อต่างๆ ที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลออกไปให้ได้มากที่สุด การสะกดจิตในยุคนี้เน้นที่การโน้มน้าวชักจูงจิตเพื่อความเชื่อและการสร้างอุปทานบางอย่างขึ้นมา
 
ยุคต่อมาเป็นยุคของ ซิคมัน ฟรอยด์ ซึ่งเป็นยุคตั้งไข่ของวิชาจิตวิทยา ฟรอย์ ได้ศึกษาการสะกดจิตมาจาก ชาร์โก และ ฮิปโปไลท์ เขาร่วมกับโจเซฟ บูเออร์ผู้เพื่อนสนิทและรุ่นพี่ที่เคารพโดยใช้การสะกดจิตมาใช้ในงานจิตเวชของพวกเขา ผลคือได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้างจนในที่สุด ฟรอยด์ ก็หันไปพัฒนาเทคนิคกึ่งสะกดจิตที่เรียกว่าการทำ Free Associate ขึ้นมาแทน ในยุคนี้ฟรอย์ให้ความสำคัญกับจิตใต้สำนึกซึ่งในยุคสมัยนั้นยังมุ่งประเด็นสำคัญไปที่ความเก็บกด การสะกดจิตในยุคนี้จึงมุ่งไปที่การย้อนอดีตโดยอาศัยหลักการที่ว่า การย้อนกลับไปยังอดีตจะทำให้เกิดความสะเทือนใจอันจะนำไปสู่การระบายออกซึ่งช่วยทำให้หลุดพ้นออกจากปัญหาได้ (จิตใต้สำนึกได้ระบายออกซึ่งปัญาที่เก็บสะสมเอาไว้) แต่อย่างไรก็ตาม ก็ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่าฟรอยด์ไม่ค่อยประสบความสำเร็จจากแนวทางนี้ซักเท่าไหร่ ในที่สุดก็เลยต้องเลิกทำไป
 
และในปัจจุบัน เป็นยุคของ ดร.มิลตัล เอช. อีริคสัน จิตแพทย์และนักจิตบำบัดที่รับการยกย่องว่าเป็นอันดับต้นๆ ของวงการจิตบำบัดในสหรัฐอเมริกา ดร.มิลตันได้พัฒนาการสะกดจิตแบบสมัยใหม่ที่ให้ผลลัพธ์ที่มีเสถียรภาพมากกว่าการสะกดจิตแบบดั้งเดิมขึ้นมา เทคนิคของ ดร.มิลตัน ถูกเรียกว่า "อีริคซอนเนี่ยนฮิปโนซิส" และได้ถูกแพร่หลายออกไปเป็นวงกว้าง ในยุคของ ดร.มิลตัล นี้เรียกว่าเป็นยุคสมัยแห่งการสะกดจิตสมัยใหม่ก็ได้ โดยสาระสำคัญของการสะกดจิตในยุคนี้ก็คือการสร้างการเรียนรู้ (ข้อมูลใหม่) ให้กับจิตใต้สำนึกเพื่อให้จิตใต้สำนึกเกิดเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานตามความต้องการของจิตรู้สำนึก (ของตัวผู้ถูกสะกดจิตเอง) อย่างแท้จริง